
ธุรกิจยั่งยืนด้วยการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน
การดำเนินธุรกิจยั่งยืนของโรงแรม แทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่
เชียงใหม่ในความทรงจำของใครหลายคน อาจเริ่มต้นวันด้วยร้านคาเฟ่น่ารักๆ และตลาดที่รวมสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟท์เก๋ๆ ที่เดินได้ไม่เบื่อ หรือสำหรับบางคน เชียงใหม่อาจจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยที่นี่มีวัดและโบราณสถานมากมาย รวมถึงประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ให้ทำความรู้จักไม่รู้จบ หรือสำหรับใครบางคน เชียงใหม่ อาจจะเป็นบ้านและความทรงจำของวิถีชีวิตพื้นถิ่นที่นับวันใกล้จะเลือนหายไป..
โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่ เป็นบูทีคโฮเทลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เปรียบเสมือนประตูที่นำพาเราก้าวข้ามสีสันและ vibe ของเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบัน มาสู่วิถีชีวิตล้านนาในอดีต ที่นำเสนอได้อย่างร่วมสมัย ไม่ใช่แค่สถานที่ หรือการตกแต่ง แต่ คือผู้คน และชุมชน พนักงานที่อยู่รายล้อมโรงแรมเหล่านี้ ที่ผสมผสานกันเป็นเสน่ห์และเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาเยือนตลอดมา
คุณธีระ หว่องวัฑฒโน หรือคุณเทียม Operation Manager เล่าว่า ด้วยความต้องการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนเชียงใหม่ กิจกรรมที่เราจัดให้กับแขก จะเชื่อมโยงและนึกถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนมาก่อนเสมอ ยกตัวอย่างเช่นโปรแกรมทัวร์ของโรงแรมแทมมาริน วิลเลจ จะมีความแตกต่างจากที่อื่น เราเรียกว่า กิจกรรมทางวัฒนธรรม ( Cultural Programme) ที่ให้แขกได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่ ที่ผูกพันกับวัด หรือตลาด หรือพื้นที่ต่าง ๆ ดังนั้นไกด์ที่มานำทัวร์ให้กับเรา ไม่ได้เพียงแค่พาแขกไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ แต่พวกเขาต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์ล้านนา ที่สำคัญวิธีการเดินทางท่องเที่ยวก็จะใช้วิถีดั้งเดิมของท้องถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ
คนถีบสามล้อและไกด์ท้องถิ่น ผู้เชื่อมต่อวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
ลุงวิชิต ทาตุ้ย วัย 75 ปี หนึ่งในคนขับสามล้อที่ทำงานอยู่บนถนนเชียงใหม่ตั้งแต่ก่อนที่การท่องเที่ยวจะบูม บอกเล่าว่าสมัยก่อนงานของพวกเขาไม่ใช่การบริการนักท่องเที่ยว
แต่เป็นการรับส่งพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านเป็นหลัก วันเวลาผ่านไป งานก็เริ่มหายากขึ้น จนบางวันต้องนั่งรออยู่คนเดียวที่ตลาด บางทีไม่มีลูกค้าเลยก็มี ต้องอาศัยการรอโทรศัพท์จากไกด์หรือใครสักคนว่าจะให้ไปรับที่ไหน
รวมถึงคุณลุงสะอาด คำนันตา ก็เป็นอีกคนที่ปั่นสามล้อมานานกว่า 30-40 ปี เขามองว่าแม้ตอนนี้การท่องเที่ยวจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องรอคนโทรมาให้ไปรับอยู่ดี คุณลุงเล่าว่า อาชีพนี้ไม่เคยมีอะไรแน่นอน เป็นชีวิตที่ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงอยู่เสมอ แต่ก็รักอาชีพนี้ ทำงานนี้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม
ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเทรนด์การท่องเที่ยวที่แตกต่างไปจากเดิม โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ จึงเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และความต้องการที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้คนถีบสามล้อยังมีรายได้และสามารถสร้างคุณค่าให้กับเมืองเชียงใหม่ได้อย่างยั่งยืน โรงแรม โปรแกรมทัวร์ของที่นี่จึงผสานกิจกรรมนั่งสามล้อรอบเมืองเชียงใหม่พร้อมไกด์ท้องถิ่นที่จะพาเที่ยว เพื่อพาแขกได้กลับไปสู่วิถีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของเรา ทั้งการไปตักบาตร ไหว้พระ เดินตลาดเช้า และเพื่อให้อาชีพสามล้อซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่นั้นยังคงอยู่สืบไป
เส้นทางรถสามล้อของแทมมาริน วิลเลจ จะเริ่มต้นจากการพาแขกไปตลาดประตูเชียงใหม่ เพื่อหาซื้อของถวายพระและได้ซึมซับบรรยากาศการค้าขายของคนท้องถิ่น ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดสำคัญต่างๆ เช่น วัดพระสิงห์ วัดเจ็ดสิน วัดเจดีย์ และวัดพันเตา เพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่ที่มาทำบุญใส่บาตรที่วัด
ไกด์ต้าและไกด์กิ๊บ ไกด์ท้องถิ่น ที่ทำงานร่วมกับแทมมารินมาอย่างยาวนาน เล่าว่า การได้ร่วมงานกับแทมมารินทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นคนเชียงใหม่ ได้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอาชีพมัคคุเทศก์ให้มีคุณค่ามากขึ้น และเป็นโอกาสที่จะนำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมถึงวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นอย่างแท้จริง
“แทมมารินอนุรักษ์วัฒนธรรมศิลปะทางเหนืออย่างเข้มข้น รู้สึกภูมิใจมากได้เป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่” – ไกด์ต้า
เช่นเดียวกับไกด์กิ๊บ ที่บอกว่า “ตนเองต้องมีความรู้อย่างลึกซึ้งกับเรื่องของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่มีคุณค่าเหล่านี้ให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง”
ลุงวิชิต ทาตุ้ย ในฐานะผู้ปั่นสามล้อ เล่าว่า หน้าที่ของเขา คือ การพาแขกไปส่งตามโปรแกรมที่ทางโรงแรมวางไว้ เขาดีใจทุกครั้งที่เห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติถ่ายรูปสามล้อของเขา และเมื่อนักท่องเที่ยวบอกว่า “กู๊ด กู๊ด” เขาก็ดีใจจนต้องยกมือไหว้ขอบคุณ
ในด้านของรายได้ลุงวิชิตบอกว่า “ถ้ามีทัวร์ก็ดี มันก็ได้อยู่แล้ว 300 บาทต่อวัน เผลอๆ ก็ได้ทิปเพิ่มขึ้นมาอีก” ช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพและเติมเต็มความสุขให้กับลุงๆ สิ่งที่สะท้อนความรู้สึกได้อย่างดีที่สุด คือ คำพูดของลุงสะอาดที่ว่า “จะปั่นไปจนกว่าจะหมดแรง” มันเป็นคำพูดที่ไม่ได้แสดงถึงความเหนื่อยล้า แต่กลับเป็นความรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นอาชีพของตนมีคุณค่าอีกครั้ง มากไปกว่านั้น สิ่งที่โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ เชียงใหม่ทำยังช่วยสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของคนเชียงใหม่ ให้คงอยู่สืบไป และส่งมอบประสบการณ์เหล่านี้ให้กับแขกที่มาพักได้อย่างกลมกลืนและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตปัจจุบันได้อย่างลงตัว และหวังว่าแขกที่ได้มาเยือนจะกลายเป็นผู้ที่สืบสานและอนุรักษ์มรดกที่มีค่าเหล่านี้ต่อไปในอนาคต















