
‘ความลับสีแดง’ ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาป่า
ทำความรู้จัก MiVana Coffee Cherry
นิยามใหม่ของ Super Fruit จากธรรมชาติ
หลายคนคุ้นเคยกับเมล็ดกาแฟคั่วบดสีน้ำตาลเข้มที่ให้รสขมและกลิ่นหอมรัญจวนใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากมองผ่านเลนส์ของธรรมชาติ กาแฟคือ ‘ผลไม้’ ในตระกูลเบอร์รี่ ที่มีรูปลักษณ์สีแดงสดใสยามสุกงอมบนต้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อที่เรียกขานกันว่า ผลเชอร์รี่กาแฟ (Coffee Cherry)
ในโลกของกาแฟกระแสหลัก เปลือกและเนื้อสีแดงเหล่านี้มักถูกแยกออกในทันที และนำ ‘เมล็ด’ ด้านในไปใช้งานต่อ แต่สำหรับ มีวนา (MiVana) เลือกที่จะใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาคุณค่าให้เนื้อและเปลือกของผลเชอร์รี่กาแฟที่เติบโตภายใต้ร่มเงาป่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะมีวนาเชื่อว่าสิ่งนี้คือขุมทรัพย์จากธรรมชาติที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ต่อร่างกายทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง
มากกว่าเบอร์รี่ทั่วไป
เหตุผลที่ ผลเชอร์รี่กาแฟ คือ Super Fruit
การที่ผลเชอร์รี่กาแฟถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Super Fruit ไม่ใช่เพียงเพราะชื่อเรียก แต่ความจริงแล้ว ผลกลม ๆ สีแดงสดนี้ กำลังได้รับการยอมรับในวงการโภชนาการระดับโลกว่าเป็นหนึ่งใน Super Berries หรือผลไม้ที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงมาก และถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับบลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่โดยทั่วไปมีจุดเด่นที่วิตามินซีสูง ใยอาหารที่ช่วยระบบขับถ่าย วิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพของเซลล์และโรคเรื้อรัง แต่เชอร์รี่กาแฟมีสารสำคัญที่โดดเด่นกว่าในหลายมิติ โดยเฉพาะในส่วนเปลือกและเนื้อผล สารสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใน ทั้ง Polyphenols และ Chlorogenic Acid ซึ่งพบในปริมาณมากเมื่อเทียบกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อื่นๆ สารที่น่าสนใจที่สุดคือ กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ซึ่งแทบไม่มีในเบอร์รี่ชนิดอื่น สารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ มีบทบาทต่อระบบเผาผลาญ และลดการอักเสบในร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีคาเฟอีนในปริมาณปานกลาง (ประมาณ 0.38–1% ขึ้นอยู่กับรูปแบบการการแปรรูป) ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท เพิ่มความตื่นตัว ด้านผิวพรรณก็มีงานวิจัยที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สารสำคัญจากผลเชอร์รี่กาแฟ 1% สามารถกระตุ้นการสร้างกรดไฮยาลูโรนิกในผิวได้ถึง 64% และหากอยู่ในรูปแบบอนุภาคนาโนจะสูงถึง 110%
ทำไมเราถึงไม่เห็นคนทานเชอร์รี่กาแฟสด
ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของมรดกทางวัฒนธรรม เพราะในอดีตเชอร์รี่กาแฟเป็น “ส่วนที่ยังไม่มีใครมองเห็นคุณค่า” จากการผลิตเมล็ดกาแฟ จึงไม่มีวัฒนธรรมการบริโภคผลสดเกิดขึ้น อีกทั้งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เปลือกเชอร์รี่กาแฟยังถูกจัดเป็น “อาหารใหม่” (Novel Food) เนื่องจากมีประวัติการบริโภคไม่ถึง 15 ปี จึงต้องผ่านการศึกษาด้านความปลอดภัยและพิษวิทยาอย่างละเอียดก่อนอนุญาตให้จำหน่ายทั่วไป และการทานสดยังทำให้ได้รับสารสำคัญไม่คงที่ การแปรรูปเป็นน้ำจากเนื้อผลเชอร์รี่กาแฟเข้มข้น หรือเนื้อผลเชอร์รี่กาแฟบดละเอียด จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและให้ผลทางสุขภาพชัดเจนกว่า
การดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตลอดกระบวนการของมีวนาตั้งแต่การเพาะปลูก-เก็บเกี่ยว-แปรรูป ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรไปตลอดเส้นทาง ทำให้มีวนามองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในผลเชอร์รี่กาแฟสีแดงสดใต้ร่มเงาป่า และนั่นเอง ที่เปลี่ยนสิ่งที่ยังไม่มีใครค้นพบ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพที่หลากหลาย สะท้อนหัวใจของมีวนาในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อดูแลทั้งผู้คนและผืนป่าไปพร้อมกัน
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากงานวิจัยดังต่อไปนี้
โครงการ “การทดลองทางคลินิกเพื่อหาระดับปลอดภัยของเครื่องดื่มสกัดจากผลกาแฟเข้มข้นในคนสุขภาพดี (Clinical Trial for Identification of Safety Dose of Coffee Cherry Concentrate in Healthy Volunteers)” มหาวิทยาลัยมหิดล https://murex.mahidol.ac.th/en/publications/twelve-week-safety-and-potential-lipid-control-efficacy-of-coffee/
López-Parra et al. (2024). The Impact of the Drying Process on the Antioxidant and Anti-Inflammatory Potential of Dried Ripe Coffee Cherry Pulp Soluble Powder. Foods, 13(7), 1114.
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38611418/
Abduh et al. (2023). Effects of brewing conditions on total phenolic content, antioxidant activity and sensory properties of cascara. Food Chemistry Advances, 2, 100183.
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2772753X23000035
Study shows safety and health benefits of coffee pulp juice
https://www.nutraingredients-usa.com/Article/2023/03/29/Study-shows-safety-and-health-benefits-of-coffee-cherry-pulp-juice








