เสน่ห์แห่งถิ่นฐาน ร้อยเรียงภูมิปัญญา คุณค่าที่รักษาไว้และส่งต่ออย่างยั่งยืน
วิถีธุรกิจยั่งยืนของ รายา เฮอริเทจ เชียงใหม่

“เพราะเราไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้มันเลือนหายไป” คุณปุ้ย ณภัทร นุตสติ General Manager โรงแรมรายาเฮอริเทจ จังหวัดเชียงใหม่กล่าว ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันคำพูดนี้พาเราย้อนกลับไปคิดถึงคุณค่าของ ความงามของงานฝีมือ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าของผู้คนในท้องถิ่น วิถีชีวิตที่ไม่ต้องเร่งรีบ ที่มีความสุขกับสิ่งตรงหน้า และการหยิบจับสิ่งต่างๆ รอบตัวบวกกับจินตนาการให้กลายเป็นสิ่งของที่ใช้งานได้จริง

ที่พรีเมียร์เราเชื่อว่า “ความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้นไม่ได้มาจากการสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่พนักงานก็ต้องได้รับความมั่นคงและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร และองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือชุมชนและสังคมที่อยู่รอบตัวเรา ที่เราถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่ต้องรักษาและพัฒนาไปด้วยกัน”

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในการทำงานของโรงแรมรายาเฮอริเทจตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง โรงแรมแห่งนี้ไม่เพียงนำเสนอความงดงามของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายล้านนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดรับและร่วมมือกับชุมชนรอบข้าง เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาให้แขกจากทั่วโลกได้สัมผัสถึง “จิตวิญญาณของความเป็นท้องถิ่น” และความซาบซึ้งในวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

หนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการทำงานร่วมกับชุมชนที่ชัดเจนคือ การพัฒนา “ไอว่าน สปา” ด้วยคอนเซปต์ คือ คำว่า “ไอ” หมายถึงกลิ่นไอหรือไอระเหย ส่วนคำว่า “ว่าน” เป็นภาษาท้องถิ่นเหนือ แปลว่า สมุนไพร จึงสื่อถึงเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ว่าเป็นการนำสมุนไพรมาใช้ในห้องสตรีม เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสกลิ่นหอมและคุณค่าจากธรรมชาติอย่างแท้จริง เมื่อครั้งทีมออกแบบลงพื้นที่ชุมชนเพื่อมองหาสมุนไพรมาใช้ในสปา ก็เริ่มต้นจากการพูดคุยกับคนในท้องถิ่น เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน จนได้มีโอกาสพบกับ พ่อครูนิคม พรหมมาเทพย์ ปราชญ์ล้านนา บ้านผญาล้านนา จ.เชียงใหม่ ที่ได้มาร่วมให้คำแนะนำและถ่ายทอดความรู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน ทำให้ห้องอบไอน้ำของสปานี้กลายเป็นพื้นที่ที่ผสานศาสตร์ดั้งเดิมกับการออกแบบสมัยใหม่อย่างลงตัว และใส่ใจรายละเอียดการคัดสรรสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลาย รู้สึกสดชื่น รวมไปถึงเพื่อรักษาสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการในฤดูกาลที่แตกต่างกัน และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

“หมอไม่ใช่เทวดา ยาไม่ใช่ของวิเศษ เรารักษาตัวเราเองดีที่สุด” คำกล่าวของพ่อครูนิคมสะท้อนวิธีคิดเรียบง่ายและแสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถปรับใช้ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคใหม่ในบริบทของโรงแรม รายาเฮอริเทจ

การทำงานของพ่อครูทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่าความใส่ใจเหล่านี้เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ไม่ได้ และงานบริการนั้นคือ การที่คนได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเกิดเป็นสังคมที่ทุกคนได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในทางใดทางหนึ่ง

คุณณภัทรเล่าเพิ่มเติมว่า “เราให้ความสำคัญกับการเก็บเกี่ยวเรื่องราวของ “วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น” ไม่ว่าจะเป็นงานถักทอ งานจักสาน หรืองานหัตถศิลป์ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราได้นำมาประยุกต์เป็นของใช้และของตกแต่งภายในโรงแรม เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสะท้อนอัตลักษณ์และมีความโดดเด่น

“เราเห็นคนที่ทำงานฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งงานจักสาน งานทอ งานหัตถศิลป์ต่างๆ กำลังจะเลือนหายไป ขาดการส่งต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ทั้งด้วยคนเฒ่าคนแก่ที่อายุที่มากขึ้น และคนรุ่นใหม่ก็มองว่าอาชีพนี้อาจจะไม่มีรายได้ที่มั่นคง

ตัวเราในฐานะธุรกิจ เราอยู่ในจุดที่สามารถลงมือทำเพื่อให้สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ได้ จึงร่วมกับทีมดีไซน์ของโรงแรมคัดสรรงานต่างๆ ทั่วพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในการทำงานร่วมกับชุมชน พ่ออุ้ยแม่อุ๊ย พ่อครู รวมถึงศิลปินท้องถิ่น ในการผลิตชิ้นงาน เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมของเรา ทั้งงานดีไซน์ งานตกแต่ง รวมไปงานทอผ้า ที่เรารวบรวมมาจากศิลปินท้องถิ่นเพื่อนำมาจำหน่ายที่ฮิมกอง ร้านค้าของโรงแรม

คุณญาณัทฉรา สุขสวัสดิ์ Human Resources & Training Manager โรงแรมรายาเฮอริเทจ ขยายความเพิ่มเติมว่า “เราใช้แนวทาง Service Design คือ การออกแบบประสบการณ์ให้แขกได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับเรื่องราวของท้องถิ่น โดยนำสิ่งที่เรามีอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณค่า เช่น การนำเครื่องมือประมงอย่าง สุ่ม ไซ แซะ ข้อง มาตีความใหม่ในเชิงศิลปะและการตกแต่ง เมื่อออกแบบใหม่ให้ใหญ่ขึ้นก็กลายเป็น งานตกแต่งที่งดงามและมีคุณค่าทางวัฒนธรรม”

โรงแรมได้ทำงานร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่น กลุ่มจักสานแม่เขียวข้องหลวง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นข้องจับปลาขนาดใหญ่ที่กลายเป็นงานศิลปะประดับทางเดิน โคมไฟไม้ไผ่ หรือป้ายห้องที่สานด้วยมือทุกเส้น ล้วนเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของลุงแดง ป้าสุก และทีมงานที่ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา ทุกเส้นตอกที่จักด้วยมือ เป็นความละเอียดอ่อน ความอดทน และใจที่รักในงานฝีมืออย่างแท้จริง ถึงแม้เด็กรุ่นใหม่จะไม่ค่อยมีใครสืบต่อ แต่ช่างฝีมือเหล่านี้ยังคงพยายามออกแบบรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้งานหัตถกรรมหรืองานฝีมือพื้นบ้านสามารถอยู่ร่วมกับยุคสมัยและมีความเป็นสากล

“ของที่เราทำ มันคือของเมือง ของบ้านเฮา” ป้าสุกเล่าอย่างภูมิใจ
หากเราเดินไปตามพื้นที่ของรายาเฮอริเทจ เราจะเห็นงานฝีมือเหล่านี้รายล้อม ทั้งในรูปแบบของศิลปะตกแต่ง ของใช้ในห้องพัก หรือของที่ระลึกชิ้นเล็ก ๆ ที่ทำด้วยมือล้วนๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ “ของตกแต่ง” แต่คือเรื่องราวของผู้คน เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และคือความตั้งใจของโรงแรมที่จะรักษาความงาม และเสน่ห์ของภูมิปัญญาไทยให้ยังคงอยู่ในชีวิตร่วมสมัย

“งานจักสานนี่แหละ ทำให้เราได้เห็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง ถึงแม้บางอย่างเราจะคุ้นเคยตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันก็เริ่มห่างหายจากชีวิตประจำวันไปบ้าง จนกระทั่งได้มาเห็นอีกครั้ง ทำให้รู้สึกประทับใจที่เห็นงานจักสานถูกนำมาพัฒนาและต่อยอดในรูปแบบใหม่ ๆ มีทั้งข้องใส่ปลาใบใหญ่ ไปจนถึงของที่ระลึก พวงกุญแจหรือของตกแต่งต่าง ๆ ทุกชิ้นล้วนเต็มไปด้วยฝีมือ ความตั้งใจ และเสน่ห์ของงานหัตถกรรมหรืองานฝีมืองานแบบนี้น่าจะถูกใจคนรุ่นใหม่ เพราะนอกจากจะสวยงามและมีเอกลักษณ์แล้ว ยังสะท้อนถึงคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การสืบสาน” – เสียงของนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนที่โรงแรมรายาเฮอริเทจและประทับใจในความเงียบสงบ สวยงามของธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันถึงคุณค่าของวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ที่โรงแรมนำกลับมานำเสนอได้อย่างร่วมสมัย

เพราะแท้จริงแล้ว “งานบริการ” ของโรงแรมรายาเฮอริเทจ ไม่ได้หมายถึงการสร้างประสบการณ์ในการพักผ่อนที่สะดวกสบายเท่านั้น แต่คือการเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวัฒนธรรม ต่อยอดชุมชนกับธุรกิจ และนี่คือวิถีของรายาเฮอริเทจ เชียงใหม่ ที่จะสานต่อภูมิปัญญาและวัฒนธรรมเหล่านี้ให้คงอยู่สืบต่อไป เพื่อให้คุณค่าของสิ่งเหล่านี้… ไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา