
จากคลองประสงค์สู่เกาะศรีบอยา
มูลนิธิเอ็นไลฟ ต่อยอดโมเดล “ชันโรง–ป่าชายเลน” สร้างอาชีพควบคู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
หลังจากดำเนินงานร่วมกับชุมชนคลองประสงค์ จ.กระบี่ ส่งเสริมการเลี้ยงชันโรงเพื่อสร้างอาชีพ ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าชายเลนมาอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิเอ็นไลฟได้ขยายผลสู่ชุมชนบ้านเกาะศรีบอยา จ. กระบี่ เพื่อพัฒนาต้นแบบการอนุรักษ์ที่เชื่อมโยงการสร้างรายได้ของชุมชน เข้ากับการฟื้นฟูระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
“พี่บ่าวชันโรง” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงชันโรงที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิเอ็นไลฟมากว่า 3 ปี ได้อบรมให้ความรู้ ตั้งแต่เรื่องชีววิทยาของชันโรง เทคนิคการเลี้ยงและดูแลรักษา การจัดการรัง การต่อยอดเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้คนในชุมชน
ชันโรงเป็นแมลงผสมเกสรขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศป่าชายเลน ช่วยผสมเกสรให้กับพืชหลากหลายชนิด ส่งเสริมความสมบูรณ์ของผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ ..การอบรมครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างทักษะและโอกาสทางอาชีพให้กับชุมชน แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากพื้นที่ต้นแบบที่คลองประสงค์ เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง
ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพ ทีมงานยังได้เก็บข้อมูลพื้นฐานของระบบนิเวศ เพื่อประเมินผลกระทบของโครงการในระยะยาว ลงพื้นที่สำรวจป่าชายเลนใน 3 หมู่บ้านของเกาะศรีบอยา ทำฐานข้อมูลติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศตลอดระยะเวลา 2 ปี เพื่อใช้ในการติดตาม ว่าการเลี้ยงผึ้งชันโรงจะช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนความสมบูรณ์ของป่าชายเลน และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้มากน้อยเพียงใด
มีการเก็บข้อมูล 3 ส่วนคือ
- การสำรวจความหลากหลายของพืช ศึกษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารสำหรับชันโรงและระบบนิเวศป่าชายเลน
- การกำหนดแปลงและจุดอ้างอิง เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
- การสำรวจสภาพป่าจากภาพถ่ายมุมสูง เพื่อประเมินความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของผืนป่าชายเลน
การขยายโครงการจากคลองประสงค์สู่เกาะศรีบอยา สะท้อนแนวทางของมูลนิธิเอ็นไลฟที่มุ่งสร้าง “โมเดลการอนุรักษ์ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ” โดยนำความรู้จากพื้นที่ต้นแบบ มาต่อยอดให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ใหม่ ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนตั้งแต่การเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ จนถึงการติดตามผลร่วมกัน
เป้าหมายของโครงการไม่เพียงต้องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ แต่ต้องการสร้างอาชีพ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมศักยภาพให้ชุมชน เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของตนเองได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้”การอนุรักษ์” และ “การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน” เติบโตไปด้วยกัน ส่งต่อผืนป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป













