10 ปีแห่งพลังความร่วมมือ ร้อยพลังการศึกษา
สู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน

โครงการร้อยพลังการศึกษา จัดประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการร้อยพลังการศึกษา ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “ร้อยพลังสู่ทศวรรษใหม่ เพื่ออนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน” เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงานในอนาคต พร้อมนำเสนอผลลัพธ์การดำเนินงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

คุณวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการ มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวเปิดงานว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมทุกวันนี้ เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า เราจะพัฒนาและเตรียมเด็กและเยาวชนอย่างไร เพื่อให้พร้อมเผชิญกับโลกในอนาคต และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม

ความมุ่งหวังของร้อยพลังการศึกษาคือ การสร้างคนที่มีความเข้มแข็งทั้งด้านความรู้และจิตใจ เป็นคนที่มีภูมิคุ้มกัน มีวินัย มีความรับผิดชอบ รู้จักคิด วิเคราะห์ และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการดำรงชีวิตในสังคม  ซึ่งการปลูกฝังควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เด็กควรได้รับการพัฒนาเรื่อง Executive Functions หรือทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิต รู้จักควบคุมตนเอง มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข เมื่อเติบโตขึ้น เขาจะสามารถตัดสินใจและเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างเหมาะสม

ในภาพการทำงานพัฒนาเยาวชน เมื่อเด็กเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา ครูมีบทบาทอย่างมากในการเปิดโลกให้เด็กได้รู้จักอาชีพและทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นว่าการเรียนมีความหมายต่อชีวิตในวันข้างหน้า  มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงความรู้ที่มีคุณภาพได้มากขึ้น สนับสนุนการเรียนการสอนของครู ทั้งในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ   รวมถึงเรื่องโภชนาการ สุขภาพ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและต้องจัดการอย่างเป็นระบบ รวมถึงยังมีเด็กที่เสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

แผนการทำงานในอนาคต เราจะนำระบบข้อมูลและเทคโนโลยีมาติดตามพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล เป็นสมุดพกของนักเรียนที่สมบูรณ์ เพื่อให้เห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของผู้เรียน และนำข้อมูลมาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของการดำเนินงาน

“งานด้านการศึกษาเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ไม่มีหน่วยงานใดทำได้เพียงลำพัง หากเราร่วมมือกัน เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ มีความเข้มแข็งทั้งด้านความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิต พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต”

 

การสร้างคนดีมีคุณธรรม มีคุณภาพ คือเป้าหมายสูงสุดของการศึกษา 

ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวในช่วง Leading with Heart: ร่วมขับเคลื่อนสถานศึกษาคุณภาพสู่คุณธรรม เพื่ออนาคตผู้เรียน ว่า “แม้บริบทของการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่หัวใจสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไม่ได้อยู่ที่นโยบายหรือโครงการ หากอยู่ที่ “ความตั้งใจของผู้บริหารโรงเรียนและครู” ที่พร้อมลุกขึ้นมาเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงจากภายในโรงเรียนของตนเอง และเป้าหมายของการศึกษาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ แต่ต้องมุ่งสร้างเยาวชนให้เป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ รู้จักแบ่งปัน และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น 

แนวทางการทำงานของสถาบันฯ 4 ด้าน เพื่อส่งเสริมคุณธรรมในโรงเรียน ประกอบด้วย 1. การทำโครงงานคุณธรรม เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ให้เด็กเรียนรู้การมองปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ คิดแนวทางแก้ไข และสรุปบทเรียนด้วยตนเอง นอกจากจะพัฒนาความรู้และทักษะการคิดแล้ว ยังช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและคุณลักษณะของนักเรียน 2. คือ การที่ผู้บริหารและครูต้องเป็น “แบบอย่าง” ที่ดีให้กับนักเรียน เพราะการปลูกฝังคุณธรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เมื่อเด็กได้เห็นแบบอย่างจากการปฏิบัติของผู้ใหญ่  3. คือ สร้าง “โรงเรียนแห่งความสุข” เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กอยากมาโรงเรียน กล้าเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และสุดท้าย คือ การบูรณาการคุณธรรมในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกกิจกรรม การปลูกฝังคุณธรรมควรสอดแทรกอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ในทุกๆ วิชา และวิถีชีวิตประจำวันของโรงเรียน เพื่อให้เด็กซึมซับคุณธรรมผ่านประสบการณ์จริง

“สิ่งสำคัญคือ ความรักและความเมตตาของครู เป็นรากฐานของการพัฒนาเด็ก เพราะไม่ว่าเด็กจะมีภูมิหลังหรือข้อจำกัดอย่างไร หากได้รับความรัก ความเข้าใจ และโอกาสที่เหมาะสม ก็สามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีได้”

การประคับประคองให้เด็กเรียนหนังสือจนจบการศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน

คุณกนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการ โครงการร้อยพลังการศึกษา สรุปว่า “ร้อยพลังการศึกษามุ่งพัฒนาการศึกษาไทยผ่าน 9 เครื่องมือ ที่ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการศึกษาใน 4 มิติ ได้แก่ การเข้าถึงการศึกษา การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะชีวิตและคุณธรรม และการส่งเสริมโภชนาการ โดยเชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหาการศึกษาไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีทุกภาคส่วนในการนำเครื่องมือไปใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละโรงเรียนและความต้องการของนักเรียนแต่ละคน 

นอกจากการวัดผลในเชิงปริมาณที่เด็กได้รับประโยชน์จากเครื่องมือร้อยพลังการศึกษา จำนวนกว่า 330,000 คน สิ่งสำคัญ คือ การร่วมกันประคับประคองให้เด็กเรียนหนังสือจนจบการศึกษาและพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่  ความร่วมมือของทุกคนคือกลไกสำคัญที่สุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลง นำเครื่องมือร้อยพลังไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

โดยภายในงานตลอดทั้งวันยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากโรงเรียนในเครือข่าย เพื่อให้ครูในโครงการได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานในการนำเครื่องมือไปใช้จริงในโรงเรียน ทำให้บรรยากาศการเรียนรู้เต็มไปด้วยความอิ่มใจและได้สิ่งดีๆ ที่นำไปต่อยอดพัฒนาต่อในโรงเรียนของตนเอง